คลายข้อสงสัย เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19

คลายข้อสงสัย เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19

คลายข้อสงสัย เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 เนื่องจากการที่เราได้รับวัคซีนเข็มแรกยังไม่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ได้มาหพอที่จะป้องกันโรคและใช้ชีวิตตามปกติได้ อีกทั้งยังต้อสวมใส่หน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่าง แต่ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หากฉีดวัคซีนไปแล้วรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวมีไข้ หรือปวดบริเวณที่ฉีด สามารถรับประทานยาลดไข้แก้ปวดได้ 

คลายข้อสงสัย เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19

เนื่องจาก ประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ยังมีความกังวลและมีคำถามเกี่ยวกับวัคซีนว่า ฉีดแล้วป้องกันได้จริงไหม ฉีดแล้วจะอันตรายไหม หรือฉีดแล้วใช้ชีวิตตามปกติได้เลยรึเปล่า วันนี้เราจะมาคลายข้อสงสัยกันค่ะ

1.วัคซีนสามารถป้องกันโรคโควิด-19 ได้จริงหรือไม่?

ซึ่งโดยทั่วไปแล้วนั้น การของการผลิตวัคซีน คือ การเอาเชื้อโรคมาทำให้อ่อนแรงจนไม่สามารถทำให้เกิดโรคในร่างกายได้ จึงนำมาผลิตเป็นวัคซีนแล้วฉีดเข้าไปในร่างกายเพื่อให้สร้างภูมิต้านทานขึ้นมา เหมือนกับในวัคซีนโควิด-19 มีการนำเอาเชื้อก่อโรคโควิด-19 สายพันธุ์ต่างๆ มาทำเป็นวัคซีนแล้วฉีดเข้าไปในร่างกายของมนุษย์ เพื่อให้เราสร้างภูมิต้านทานขึ้นมา โดยขณะนี้ วัคซีนโควิด-19 ที่ทุกประเทศผลิตผ่านการทดลองในขั้นตอนของสัตว์ทดลองเรียบร้อยแล้ว มีการฉีดให้อาสาสมัครที่เป็นมนุษย์จำนวนมาก และมีการติดตามผลซึ่งพบว่าเป็นผลดี เนื่องจากร่างกายมีการสร้างภูมิต้านทานขึ้นมา ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคโควิด-19 เป็นอย่างมาก

คลายข้อสงสัย เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19

2.วัคซีนโควิด -19 ของแต่ละประเทศ มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?

ทุกประเทศทั่วโลกพยายามที่จะผลิตวัคซีน โควิด-19 ออกมาใช้ให้เร็วที่สุด ซึ่งกระบวนการผลิตและหลักการในการผลิตของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน จึงทำให้วัคซีนในปัจจุบันนั้นมีความแตกต่างกัน จากข้อมูลของศูนย์วิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลบอกว่า วัคซีนที่มีการผลิตและมีแนวโน้มที่จะได้ผลในปัจจุบันนี้มี 4 แบบด้วยกัน คือ

1.Inactivated Vaccine ของประเทศจีน โดยบริษัท SinoPharm, SinoVac Biotech และ Wuhan Institute of Biological Products วัคซีนชนิดนี้ คือ การเอาไวรัสทั้งตัวมาทำให้อ่อนแรงและฉีดเข้าไปในร่างกายของคน เพื่อทำให้ร่างกายเกิดภูมิต้านทานขึ้น ซึ่งเป็นวิธีการผลิตวัคซีนมาตรฐานของโรคชนิดอื่นๆ ที่ทำมาโดยตลอดเช่นเดียวกัน

2.Adenovirus Vector Vaccine เป็นวิธีการผลิตของบริษัท CanSino ประเทศจีน บริษัท AstraZeneca ของประเทศอังกฤษ และ Gamaleya ของประเทศรัสเซีย ซึ่งก็คือการตัดต่อเอายีนของไวรัสโควิด-19 เข้าไปใส่ในตัว Adenovirus และผลิตเป็นวัคซีนเข้าสู่ร่างกาย

3.mRNA Vaccine เช่น Moderna วัคซีนตัวนี้ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุขของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตัวเดียวกับวัคซีนที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนำมาพัฒนา ขณะนี้วัคซีนชนิดนี้เข้าสู่การทดลองระยะที่ 3 แล้ว สามารถกระตุ้นให้คนปกติและผู้สูงอายุเกิดภูมิคุ้มกันได้ดี นอกจากนั้น ยังมี Sputnik V จากประเทศรัสเซีย และ Pfizer จากประเทศสหรัฐอเมริกา วัคซีนประเภทนี้ใช้เทคโนโลยีใหม่ในการผลิต ซึ่งมีข้อดีคือผลิตได้ง่ายและรวดเร็ว มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้ประมาณ 95%

4.Protein-based Vaccine ใช้เทคโนโลยีการผลิตโปรตีนของเปลือกไวรัส ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่รู้จักกันดีอยู่แล้วเพราะมีการใช้ในวัคซีนอื่น เช่น ตับอักเสบบี ไข้หวัดใหญ่ โดยจะมีการใส่ adjuvant ที่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ซึ่งบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีนี้ในการผลิต ได้แก่ บริษัท Novavax ของประเทศสหรัฐอเมริกา และ บริษัท Sanofi ร่วมมือกับบริษัท GSK

3.เมื่อได้รับวัคซีนป้องกัน โควิด-19 เข็มแรกแล้ว ยังต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคหรือไม่?

การได้รับวัคซีนเข็มแรกยังไม่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้มากพอที่จะสามารถป้องกันโรคและใช้ชีวิตได้ตามปกติ เรายังคงต้องสวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง และหมั่นล้างมืออยู่เสมอ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2021 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐหรือ CDC ได้มีประกาศฉบับใหม่แจ้งว่า หากได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว สามารถออกไปนอกบ้านหรือออกไปในพื้นที่เปิดโล่ง โดยไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยได้ รวมถึงไปทานข้าวพบปะสังสรรค์กับบุคคลอื่นที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วเช่นกัน แต่ยังคงแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยและรักษาระยะห่างทางสังคม หากต้องไปทำกิจกรรมที่มีผู้คนหนาแน่น

4.ทำไมมีคนเสียชีวิตหลังจากฉีดวัคซีน โควิด-19?

วัคซีน คือ กระบวนการหนึ่งที่จะหยุดยั้งการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในวงกว้างได้ เมื่อร่างกายได้รับวัคซีนไม่ว่าจะเป็นวัคซีนของโรคใดๆ กระบวนการของร่างกายก็จะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้น ทำให้เราไม่ป่วยเป็นโรคนั้น หรือถ้าป่วยก็มีอาการไม่รุนแรง การฉีดวัคซีน โควิด-19 ก็เช่นเดียวกัน จะทำให้ลดอาการป่วยลง หรือถ้ามีอาการป่วยก็จะไม่รุนแรง รวมถึงลดโอกาสการเสียชีวิตลงด้วย โดยทั่วไปเมื่อร่างกายได้รับวัคซีน ก็สามารถเกิดผลข้างเคียงได้ ตั้งแต่ผลข้างเคียงที่มีความรุนแรงมาก เช่น เสียชีวิต หรือผลข้างเคียงที่มีความรุนแรงน้อยๆ เช่น มีไข้ ปวดเมื่อยเนื้อตัว หรือมีอาการผื่นคัน การเสียชีวิตส่วนมากแล้วมักเกิดจากการแพ้วัคซีนอย่างรุนแรง รวมถึงการเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นๆ ที่อาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับวัคซีน

คลายข้อสงสัย เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19

5.ใครบ้างที่ควรได้รับวัคซีน โควิด-19?

กลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงและสมควรที่จะได้รับวัคซีนเป็นกลุ่มแรกๆ มีทั้งหมด 3 กลุ่มด้วยกัน คือ

  1. กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ เพราะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงเนื่องจากมีการสัมผัสกับโรคโดยตรง จึงควรที่จะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงเพื่อที่จะดูแลคนป่วยคนอื่นๆ ต่อไป
  2. กลุ่มผู้สูงอายุ เพราะกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีภูมิต้านทานต่ำ หากมีการติดเชื้อก็อาจมีการเจ็บป่วยที่รุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตที่สูงขึ้น
  3. กลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ภาวะอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงและจำเป็นต้องได้รับวัคซีนในกลุ่มแรกๆ เช่นเดียวกัน

6.ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แค่ครั้งเดียวพอหรือไม่?

มีวัคซีนหลายชนิด ที่ฉีดเพียงครั้งเดียวก็เกิดภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต เช่น วัคซีนป้องกันงูสวัด สำหรับไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน (11 Mar 2021) ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าการฉีดวัคซีนเพียงครั้งเดียวนั้นเพียงพอหรือไม่ เพราะด้วยความที่วัคซีนโควิด-19 เป็นวัคซีนที่ผลิตขึ้นใหม่ มีการฉีดและใช้กับผู้คนยังไม่เกิน 1 ปี ต้องมีการติดตามต่อไปว่าในระยะยาวแล้ว ภายใน 1 ปี ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นนั้นจะยังคงอยู่หรือไม่ ระดับของภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นลดลงไปในระยะเวลานานเท่าไหร่

7.ทำไมฉีดวัคซีนต้าน โควิด-19 แล้ว จึงยังติดเชื้อได้อยู่?

เนื่องจาก ระยะเวลาในการฉีดวัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย วัคซีนโควิด-19 ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะต้องฉีดให้ครบ 2 เข็ม ร่างกายจึงจะสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น ถ้าเราได้รับเชื้อระหว่างที่ร่างกายยังสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่เต็มที่ หรือสร้างภูมิคุ้มกันได้เพียงบางส่วน เราจึงยังมีโอกาสติดเชื้อได้อยู่

8.ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนฉีดวัคซีนโควิด-19?

  1. คืนก่อนที่จะไปฉีดวัคซีนพยายามนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เพื่อที่วันที่ไปฉีดวัคซีนจะได้ตื่นเช้าด้วยความสดชื่น
  2. พยายามดื่มน้ำ 500 ซีซี ถึง 1ลิตรในเช้าวันนั้น แต่มีคำแนะนำว่า อย่าดื่มทีเดียว 500 ซีซี ถึง 1ลิตร เพราะหลายคนได้รับฟังคำแนะนำนี้แล้วไปดื่มจำนวนมาก ทำให้เกิดอาการแน่นท้อง ให้ค่อยๆ ทยอยดื่มไปเรื่อยๆ โดยน้ำที่ดื่มต้องเป็นน้ำสะอาด
  3. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ เนื่องจากคาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นทำให้หัวใจเต้นเร็ว หากเราดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แล้วไปฉีดวัคซีนในวันนั้น อาจจะทำให้เราใจสั่นได้
  4. ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ทั้งนี้ หากฉีดวัคซีนไปแล้วรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวมีไข้ หรือปวดบริเวณที่ฉีด สามารถรับประทานยาลดไข้แก้ปวดได้ ไม่จำเป็นต้องทานไปก่อนล่วงหน้า

เนื่องจากวัคซีนโควิด-19 เป็นเรื่องที่แปลกใหม่มาก อาจจะทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนนั้น มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพราะมีการศึกษาและค้นคว้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

6 เรื่องต้องรู้ สำหรับนักลงทุนมือใหม่ ก่อนที่นักลงทุนมือใหม่ จะก้าวเข้าสู่แวดวงของการลงทุน เราจะขอแนะนำเลยว่า ในห้เช็คความพร้อมที่จะลงทุนด้วย 6 เรื่องที่เราต้องรู้

นาฬิกาออกกำลังกาย ยอดฮิตและดีที่สุด ในปี 2021 เนื่องจากในปัจจุบันกระแสตอบรับในเรื่องของการออกกำลังกายกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้เกิดการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งต่างๆที่เกี่ยวกับการออกกำลังกาย อย่าง นาฬิกา